
ทำไมถึงปวดคอเรื้อรัง สาเหตุเกิดจากอะไร ทำไมถึงเป็นบ่อยขึ้น?
โดยปกติแล้วอาการ “ปวดคอ” เรื้อรังจะพบได้บ่อยในวัยทำงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนมองข้ามโดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมนานๆ หรือก้มคอดูหน้าจอมือถือเป็นเวลานานเกินไป หลายครั้งอาการปวดคอเหล่านี้ไม่ได้เกิดมาจากอุบัติเหตุร้ายแรง แต่เกิดจาก พฤติกรรมประจำวันที่สะสมโดยไม่รู้ตัว ถ้าหากปล่อยไว้นานอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และการใช้ชีวิตประจำวัน
1. ก้มมองมือถือเป็นเวลานานเกินไป (Text Neck)
อีกหนึ่งพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในปัจจุบันก็คือการก้มหน้ามองหน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อคอทำงานหนักกว่าปกติ ผลกระทบที่จะตามมาก็คือ กล้ามเนื้อคอตึง, ปวดสะสมบริเวณบ่าและไหล่, เสี่ยงต่ออาการเรื้อรัง วิธีป้องกัน ยกหน้าจอให้อยู่ระดับสายตา พักสายตาทุกๆ 20–30 นาที
2. ท่านั่งทำงานไม่ถูกต้อง
การนั่งทำงานในอิริยาบถเดิมนานๆ เช่น นั่งหลังค่อม นั่งคอยื่น หรือจอคอมพิวเตอร์อยู่ต่ำเกินไป ทำให้คอต้องยื่นไปข้างหน้า ผลที่จะตามมาก็คือ กล้ามเนื้อคอและหลังทำงานไม่สมดุล, เกิดอาการปวดสะสม วิธีแก้ปวดคอ ปรับเก้าอี้ให้รองรับแผ่นหลังจัดหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตา
3. ใช้หมอนที่ไม่เหมาะสม
หมอนที่สูงหรือต่ำเกินไป ส่งผลต่อแนวกระดูกคอโดยตรง ผลกระทบ ปวดคอหลังตื่นนอน, นอนหลับไม่สนิท วิธีแก้ เลือกหมอนที่รองรับแนวคอให้เป็นธรรมชาติทดลองความสูงให้เหมาะกับท่านอน
4. ความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว
ความเครียดเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเกร็ง โดยเฉพาะบริเวณคอและไหล่โดยไม่รู้ตัว สังเกตุได้จากอาการไหล่ยกตลอดเวลา ปวดหลังแม้ไม่ได้ใช้ได้งานหนัก แนวทางในการแก้ ฝึกผ่อนคลาย เช่น หายใจลึกๆ ยืดกล้ามเนื้อระหว่างวัน
5. ไม่เคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน
การนั่งนานๆ โดยไม่ขยับตัว ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการตึงและอ่อนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงที่จะทำให้ ปวดคอเรื้อรัง และ เสี่ยงเป็น Office Syndrome แก้ได้โดยการ ลุกยืนยืดเส้นทุกๆ 1 ชั่วโมง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
![]()

